dr.jill การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ผิวของคุณกระจ่างใสและดูสุขภาพดีได้

dr.jill การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ผิวของคุณกระจ่างใสและดูสุขภาพดีได้ เพราะว่าผิวหนัง รวมถึงเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักนั่นเอง หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ผิวของคุณจะขาดน้ำและดูแห้งตึง รวมทั้งลอกเป็นขุย หากปล่อยไว้เช่นนี้นานๆ จะทำให้มีริ้วรอยได้ นอกจากนี้การดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยขับสารพิษต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อผิวและร่างกายของคุณออกไปด้วย แม้ว่าจะไม่มีปริมาณที่กำหนดไว้แน่ชัดว่าคุณควรดื่มน้ำมากเท่าไหร่กันแน่ใน 1 วัน (เพราะว่าปริมาณแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล การใช้กำลัง และสภาพอากาศ) แต่อย่างน้อยคุณควรดื่มน้ำให้ได้ 6-8 แก้วต่อวัน หากคุณไม่ชอบดื่มน้ำ คุณสามารถดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร หรือน้ำมะพร้าว (ซึ่งว่ากันว่าดีกับผิวมากๆ) แทนได้ นอกจากนี้คุณควรทานผักและผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำมากๆ เช่น มะเขือเทศ แตงกว่า แตงโม องุ่น ปักกาดแก้ว เซเลอรี่ และหัวแรดดิช การนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผิวดูสดชื่นและสุขภาพ. ระหว่างที่คุณนอน ผิวของคุณจะซ่อมแซมตัวเองโดยการผลิตเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าหากคุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ วันถัดมาผิวของคุณอาจดูหมอง ซีด และหย่อนคล้อยได้ เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเวลาคุณเหนื่อย เลือดจะไหลเวียนไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งการนอนไม่พอยังจะทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังคุณบวม ทำให้ตาคุณดำเป็นแพนด้ายังไงล่ะ dr.jill.

dr.jill
dr.jill ดังนั้นหากคุณต้องการมีผิวที่ดูสดชื่นสดใสสุขภาพดี คุณควรนอนให้ได้ 7-8 ชม.ต่อคืน และคุณควรเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดิมทุกๆ วัน แล้วร่างกายจะจดจำเวลานี้ไว้ นอกจากนี้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนเพราะทั้ง 2 สิ่งนี้จะทำให้คุณหลับไม่สนิท ด๊อกเตอร์จิว
นอกจากนี้ คุณยังสามารถปรับท่าทางการนอนให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับผิวของคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น การนอนหงายดีกว่านอนคว่ำ เพราะว่าหน้าของคุณจะได้ไม่โดนกดทับแนบกับหมอน ซึ่งจะก่อให้เกิดริ้วรอยได้
อีกอย่างหนึ่งคือ คุณควรเปลี่ยนปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องนอนหมอนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน สิ่งสกปรก และแบคทีเรีย นอกจากนี้คุณควรเลือกใช้ปลอกหมอนสีขาวมากกว่าปลอกหมอนสีสันต่างๆ เพราะว่าสีย้อมผ้าสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ในคนที่มีผิวบอบบาง  dr.jill

การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ทำให้คุณหุ่นเป๊ะอยู่เสมอ. แต่ยังช่วยให้ผิวของคุณดูสดชื่น เปล่งปลั่ง สุขภาพดีได้อีกด้วย เพราะว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้ออกซิเจนไปเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น
อย่าแต่งหน้าเวลาออกกำลังกาย เพราะว่าเหงื่อและคราบสกปรกจะตกค้างอยู่ในรูขุมขนของคุณและทำให้สิวขึ้นได้
คุณไม่ควรปล่อยเหงื่อทิ้งไว้บนใบหน้าหลังจากออกกำลังกาย เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ คุณควรอาบน้ำหรืออย่างน้อยก็ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
5
ความเครียดส่งผลกระทบต่อผิวของคุณได้ในหลากลายรูปแบบ. ใบหน้าของคุณอาจจะมีน้ำมันส่วนเกิน มีสิวขึ้น มีรอยแดง มีอาการระคายเคือง หรือมีริ้วรอย นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้อาการของโรคผิวหนัง เช่น โรคหน้าแดง (rosacea) และโรคผิวหนังอักเสบ แย่ลงด้วย
ในแง่ของสารเคมีในร่างกาย ความเครียดยังทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้สิวขึ้นได้ง่าย อีกทั้งความเครียดยังทำให้หลอดเลือดบวม อันก่อให้เกิดรอยแดง
นอกจากนี้ การขมวดคิ้วหรือทำหน้าบึ้งติดต่อกันนานๆ จะทำให้คอลลาเจนในชั้นผิวลดลง ซึ่งทำให้คุณมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร[12]
ดังนั้น การลดความเครียด จะช่วยทำให้สุขภาพผิวของคุณดีขึ้น คุณสามารถลดความเครียดได้ด้วยการหาเวลาว่างทำสิ่งที่คุณชอบ เช่น ไปเดินเล่น เรียนโยคะ หรือใช้เวลากับคนที่คุณรัก

การสูบบุหรี่แย่สำหรับผิวของคุณมากๆ ถ้าคุณอยากมีผิวดี และไม่มีริ้วรอยก่อนวัย คุณควรจะเลิกบุหรี่ให้ได้เป็นอย่างเด็ดขาด
การสูบบุหรี่สามารถส่งผลเสียต่อผิวของคุณได้หลากหลายทาง ประการแรก บุหรี่มีส่วนประกอบของคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งไปจำกัดปริมาณออกซิเจนที่ไปหล่อเลี้ยงผิวของคุณ อีกทั้งยังมีนิโคตินซึ่งทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ทั้ง 2 อย่างนี้ทำให้ผิวของคุณดูหมองเป็นสีเทา และทำให้ผิวแห้งด้วย
ประการที่ 2 การสูบบุหรี่ยับยังไม่ให้ร่างกายดูดซึมวิตามิน เช่น วิตามิน C ซึ่งสำคัญต่อกระบวนการซ่อมแซมตนเองของผิวและการจำเป็นต่อการผลิตเซลล์ผิวใหม่ด้วย
คนที่สูบบุหรี่มักจะมีริ้วรอยเหี่ยวย่นมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะว่าบุหรี่ทำให้ผิวแก่เร็วขึ้น และทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวได้น้อยด้วย [13]
การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ขอเพียงคุณมีความตั้งใจจริง ประกอบกำลังใจจากเพื่อนและครอบครัว เลิกได้แน่ๆ
เคล็ดลับ
อย่าจับหน้าตัวเอง คุณอาจจะอยากแกะสิวหรือสะเก็ดแผล แต่นิ้วของคุณเต็มไปด้วยแบคทีเรีย และการแกะเกาก็จะทำให้แบคทีเรียพวกนี้ไปโดนสิวของคุณ และทำให้สิวเห่อหนักขึ้นได้ หรือแม้กระทั่งทำให้สิวที่หายแล้วกลับเป็นขึ้นมาอีก
อย่าโบกครีมบำรุงใส่หน้ามากเกินไป ใช้เพียงปริมาณเท่าเม็ดถั่วจะดีที่สุด การใช้สารเคมีบนหน้ามากเกินไปจะทำให้หน้ามันและเป็นสิวอุดตันได้ พยายามมีขั้นตอนบำรุงผิวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ซับให้แห้ง และทาครีมบำรุงง่ายๆ ก็ทำให้ผิวดีได้แล้ว
สระผมสม่ำเสมอ โดยเฉพาะถ้าคุณไว้ผมหน้าม้า จริงๆ แล้วถ้าไม่มีผมมาปิดหน้าเลยจะดีที่สุด และถ้าคุณมีผมมัน คุณต้องพยายามไม่ให้ผมโดนหน้า แล้วต้องสระผมบ่อยๆ โดยไม่ต้องใช้ครีมนวดผมตรงผมหน้าม้า dr.jill ให้ใส่ครีมนวดผมเฉพาะผมด้านหลังเท่านั้น
แทนที่จะทารองพื้นเยอะๆ ลองผสมรองพื้นกับครีมบำรุงดู
ถ้าคุณมีผิวแห้ง ทาน้ำมันมะกอก เชียบัตเตอร์ หรือน้ำมันมะพร้าว (อันนี้ดีที่สุด) ลงบนใบหน้าของคุณ โดยทิ้งน้ำมันไว้ให้เหลว แล้วทำลงบนใบหน้าหลังล้างหน้าเสร็จ คุณสามารถหาซื้อน้ำมันเหล่านี้ได้ที่ห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ลองเปลี่ยนจากรองพื้นหนาๆ มาใช้เครื่องสำอางแร่ธาตุ (mineral make-up) รูขุมขนจะได้ไม่อุดตัน
หากครีมบำรุงทำให้คุณผื่นขึ้น ให้เลิกใช้แล้วเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นแทน และอย่าแต่งหน้าจนกว่าจะหายจากผื่นคันไปแล้ว 2-3 วัน
หากคุณเป็นคนที่สิวขึ้นง่าย พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Narraganset ซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง เพราะว่ามันอาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น และทำให้คุณเป็นสิวซีสต์ได้
ทดสอบการแพ้ทุกครั้งก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณสามารถทดสอบได้ง่ายๆ โดยทาผลิตภัณฑ์นั้นๆ ปริมาณไม่มากลงบนข้อมือด้านในหรือว่าท้องแขน แล้วทิ้งไว้ 24 ชม. หากไม่มีผื่น ลมพิษ หรืออาการแพ้ใดๆ แสดงว่าน่าจะปลอดภัยที่จะใช้
ดื่มชาเขียว 3-4 แก้วต่อวันช่วยให้คุณมีผิวกระจ่างใสเรียบเนียนได้
หากคุณจำเป็นต้องบีบสิวจริงๆ คุณต้องล้างมือให้สะอาดก่อน และบีบสิวเบาๆ แต่อย่าใช้เล็บจิก สิวอยู่แค่ชั่วคราว แต่รอยแผลเป็นมิสิทธิอยู่ได้ตลอดไป! ถ้าสิวไม่ออกมาง่ายๆ อย่าพยายามบีบให้แรงขึ้น เพราะนี่คือสัญญาณบอกว่าอาการอักเสบอยู่ค่อนข้างลึกลงไปในชั้นผิว ดังนั้นการบีบแรงๆ จะทำให้ผิวหน้าคุณเสียหายได้ รออีก 2-3 วันแล้วค่อยลองบีบใหม่ หรือไม่ก็ลองใช้วิธีธรรมชาติที่ทำให้สิวแห้งและหลุดออกมาเอง
ใช้ปลอกหมอนที่สะอาดเสมอ เพราะว่าปลอกหมอนที่สกปรกจะทำให้สิ่งสกปรกจากผมย้ายมาอยู่บนใบหน้าของคุณได้ นอกจากนี้การมัดผมตอนนอนจะช่วยป้องกันได้อีกทาง
การดื่มน้ำเป็นประจำจะช่วยให้ผิวดี แต่อย่าดื่มทีเป็นแกลลอนนะ ทางที่ดีคือคุณควรจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน
ปรนเปรอตัวเองด้วยการไปสปาเดือนละครั้ง หรือสองเดือนครั้ง ไปลองล้างหน้าและนวดหน้า ผิวของคุณต้องรู้สึกดีแน่ๆ
ดื่มน้ำเปล่า และงดน้ำหวาน ทานผลไม้โดยเฉพาะเบอร์รี่ชนิดต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิวทุกประเภท
ถ้าคุณมีผิวมันแต่บอบบาง คุณควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนแต่ทำความสะอาดได้ล้ำลึก และอย่าสักแต่ว่าถูๆ ล้างๆ ไปอย่างนั้น คุณควรหาผ้าขนหนูผืนเล็กๆ หรือแปรงสำหรับล้างหน้ามาใช้ด้วย เพื่อจะได้ล้างเครื่องสำอางออกไปได้หมดจดยิ่งขึ้น เพราะว่าหากคุณล้างรองพื้นออกไม่หมด มันจะค้างอยู่ในรูขุมขนแล้วทำให้หน้ามันมากขึ้น รวมทั้งก่อให้เกิดสิวหัวดำและอื่นๆ อีกสารพัน เมื่อล้างหน้าเสร็จให้บำรุงผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลหรือเนื้อครีมที่บางเบาและปราศจากน้ำหอม
อย่าแกะสิวเพราะว่าเล็บของคุณเต็มไปด้วยแบคทีเรีย
ใช้ทิชชู่ 2 ชั้นชุบไข่ขาว 1 ฟองแล้วพอกให้ทั่วใบหน้ายกเว้นบริเวณดวงตาและริมฝีปาก
ถ้าคุณมีสิวขึ้น พยายามอย่าใช้ผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัวพร้อมกัน เพราะจะทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้ แค่ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิว และใช้โทนเนอร์กับครีมบำรุงเนื้อบางเบาก็พอ และหากจำเป็นก็ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดซาลิไซลิคแต้มสิวได้

คำเตือน
วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน
ถ้าคุณมีสิวอย่างหนักจนคุณสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง คุณควรไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อหาวิธีลดหรือรักษาสิวที่เหมาะกับคุณ
ถ้าคุณมีผิวคล้ำและอาศัยอยู่ในประเทศที่ไม่ได้มีแดดส่องมากนัก คุณอาจไม่ต้องใช้ครีมกันแดดก็ได้ เพราะว่าเม็ดสีเมลานินในผิวของคุณบล็อกรังสี UV ได้เกือบทั้งหมดอยู่แล้ว ดังนั้นหากคุณทาครีมกันแดดเข้าไปอีก แล้วไปบล็อกรัง UV ทั้งหมด คุณอาจจะเสี่ยงต่อการขาดวิตามิน D ได้ dr.jill.

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.